ค้นหา

ซื้อรถพ่วง รถกึ่งพ่วง อย่างไรให้ ถูกใจ ถูกเงิน ตรงงาน

ปัจจัยต่างๆของการซื้อรถพ่วง


หลายท่านคงมีความฝันอยากจะวิ่งงานขนส่งทั่วประเทศและประสบการณ์ความสำเร็จในวงการนี่แล้วก็มีเงินก้อนหนึ่งพร้อมที่จะลงทุนเพื่อทำความฝันให้เป็นจริงและพร้อมที่จะเปิดธุรกิจขนส่งแล้ว แต่ไม่ค่อยมีความรู้ในด้านของรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วง เดี่ยวผมจะขอแนะนำวิธีการซื้อรถพ่วงสั้นๆง่ายๆที่ตอบโจทย์ในการดำเนินธุรกิจขนส่งนะครับ

1. คุณภาพ (Quality)

2. ต้นทุน (Cost)

3. ระยะเวลาการส่งมอบ (Time)









คุณภาพ Quality


คุณภาพ(Quality) ของรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงไม่ได้หมายความแค่เพียงแข็งแรงและทนทานเท่านั่น แต่มันมีปัจจัยหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องทบทวนก่อนจะตัดสินใจซื้อ อันนี้ผมขอเล่าจากประสบการณ์เลยว่าการซื้อรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงต้องใช้ความรอบคอบและความใจเย็นเป็นอย่างมาก ไม่ฉนั้นพวกคุณจะประสบปัญหาไม่รู้จบกับการซ่อมแซม หรือถึงขั้นอาจต้องขาดทุนเพราะรถไม่สามารถวิ่งงานได้


สิ่งแรกที่ต้องดูก็คือมารตฐานของอู่ต่อรถพ่วงนั่นๆ เพราะว่าหัวใจสำคัญของการผลิตรถพ่วงก็คือการประกอบเหล็กคัสซีให้ได้ระดับและแนวเชื่อมที่มีคุณภาพ ไม่งั้นคุณอาจจะต้องเจอฝันร้ายที่วงการขนส่งไม่อยากให้เกิดขึ้นในระหว่างวิ่งงานก็คือวิ่งงานลูกค้าไม่ทันตามนัดเพราะว่ารถพ่วงของคุณเกิดประสบปัญหายางระเบิดเพราะรถพ่วงของคุณไม่ได้คุณภาพ ยางระเบิดเป็นเหตุการ์ที่พบได้บ่อยบนท้องถนนและทำให้เกิดความเสียหายถึงผู้ใช้รถบนท้องถนนแต่เราสามารถป้องกันได้โดยใช้รถพ่วงที่มีคุณภาพ หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ยางระเบิดคือคัซซีที่ไม่ได้ระดับ คัซซีที่ไม่ได้ระดับจะทำให้ความสูงต่ำของยางทั้งสองฝั่งไม่เท่ากัน แค่สูงต่ำห่างกัน 5มม. ก็ทำให้กินยางได้แล้ว เมื่อเกิดการกินยางนานๆเข้าจะทำให้ยางเสื่อมเร็วกว่าที่ควร เลยทำให้ยางระเบิดง่ายขึ้นเมื่อบรรทุกของที่หนัก





รถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงเกิดจากการประกอบชิ้นงานเหล็กเข้าด้วยกันให้ได้ตามแบบ เมื่อได้รูปแบบที่ต้องการแล้วคุณภาพก็คือความคงทนและความแข็งแรงของรถที่เกิดจากแนวเชื่อมที่ได้มารตฐาน ถ้ารถที่ไม่ได้แนวเชื่อมารตฐานก็จะทำให้ชิ้นงานเหล็กหลุดออกจากกันได้ง่ายเมื่อบรรทุกสินค้าที่หนัก แล้วอาจจะเกิดความเสียบหายของสินค้าที่บรรทุกได้ เพราะฉนั้นแนวเชื่อมเหล็กก็เป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่เป็นตัวชี้วัดว่ารถพ่วงนี่เป็นรถพ่วงที่มีคุณภาพ คุณคงไม่อยากเห็นภาพอุบัติเหตุรถพ่วงของคุณบนท้องถนนที่เกิดจากแนวเชื่อของรถแตก เพราะมันจะสร้างความเสียหายต่อสินค้าที่บรรทุกและทรัพย์สินบนท้องถนน ความเสียหายแบบนี่เป็นมูลค่าหลักล้านแน่ๆครับ เพราะฉนั้นคุณต้องไปเดินดูและตรวจสอบอู่ต่อรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงด้วยตาตัวเองเพื่อจะป้องกันปัญหาแบบนี่ในอนาคตได้


ต้นทุน (Cost)


ตอนนี้เราก็เรียนรู้แล้วว่ารถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงที่มีคุณภาพคืออะไร สิ่งต่อไปที่เราต้องไปดูก็คือราคาขายที่เหมาะสมตามคุณภาพ ไม่ใช่รถพ่วงที่แพงเกินไปหรือถูกเกินไป รถพ่วงที่แพงมากก็ไม่ได้แปลว่าจะตอบโจทย์ของคุณในการดำเนินธุรกิจ รถที่แพงอาจจะได้คุณภาพแต่ก็มีค่าใช้จ่ายที่สูงในการวิ่งงานต่อเที่ยวเพราะต้นทุนซื้อมันสูงเกินไป คุณอย่าลืมว่าราคาขนส่งตามตลาดไม่ได้สูงตามต้นทุนของคุณ ต่อมารถที่ถูกมากอาจตอบโจทย์ในเรื่องการประหยัดค่าใช้จ่ายแต่มันอาจจะไม่ตอบโจทย์ในเรื่องของคุณภาพ ในประสบการณ์รถที่ถูกมากส่วนใหญ่อู่ต่อรถพ่วงชอบแอบเอาเหล็กเก่าๆมาใช้ในการผลิต เพราะฉนั่นเป็นหน้าที่สำคัญของคนซื้อต้องดูราคาตามความเหมาะสม และต้องเปรียบเถียบรถพ่วงกันหลายๆเจ้าครับ


ระยะเวลาการส่งมอบ (Time)


ผู้ผลิตส่งมอบรถพ่วงตามเวลานัดหมายที่ตกลงไว้กับคู่ค้าก็เป็นปัจจัยสำคัญเลยทีเดียว มันมีหลายเหตุการณ์ที่บางครั้งคุณอาจจะได้งานด่วนจากลูกค้าล็อตใหญ่เลยต้องการรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงในจำนวนที่เยอะและเสร็จภายในไม่กี่อาทิตย์ ถ้าอู่ต่อรถรับปากแล้วแต่ไม่เสร็จภายในเวลาที่กำหนด ลูกค้าของคุณอาจจะจ้างคนอื่นวิ่งแทนได้ และคุณก็สูญเสียโอกาศทางการค้ากับลูกค้าคุณไป เพราะฉนั่นวิธีป้องกันคือต้องศึกษาและทำความรู้จักอู่ต่อรถพ่วงเยอะๆ เราจะได้รู้ว่าอู่ที่คุณทำการซื้อขายด้วยเป็นอู่ที่เชื่อถือได้หรือไม่


คราวนี่เราก็มีหลักการการเลือกซื้อรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงที่ตอบโจทย์ในการดำเนินธุรกิจขนส่งแล้วครับ และยังมีอีกหลายปัจจัยที่เป็นตัวแปรในการตัดสินใจซื้อ แต่ขึ้นอยู่กับประเภทรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงที่จะซื้อ ถ้ารถที่จะซื้อมีความสับซ้อนในเรื่องของสเปค เราต้องให้ความใส่ใจกับ"คุณภาพ"เป็นพิเศษครับ แต่ทั้งนี่ทั้งนั่นสามารถท่อง QCT (Quality, Cost, Time) ได้เลยก่อนจะซื้อรถอู่ที่ไหนก็ตาม แต่แน่นอนที่สุดคุณสามารถซื้อรถพ่วงหรือรถกึ่งพ่วงของ RCK ได้เลย




ดู 57 ครั้ง0 ความคิดเห็น